Support
go24life
จินตนา 084-0004286 หรือ ภูวเนตุ 081-3541158,LINE ID 233020
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

วันที่: 01-09-2012

 

ภัยจากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

 

 
 
โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
 
 
เป็นมะเร็งที่เกิดจากเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซด์ มีการเพิ่ม จำนวนและเจริญเติบโตผิด
 
ปกติ ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตอย่างรวดเร็ว มักพบบริเวณ ต่อมน้ำเหลือง ที่คอ รักแร้
 
และขาหนีบ ซึ่งหากไม่ได้ รับการรักษาแต่ต้นแล้ว มะเร็งจะกระจายไปสู่ระบบต่างๆ
 
ของร่างกาย และทำให้การทำงานของร่างกาย ล้มเหลวและทำให้เสียชีวิตได้

 

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮ๊อดกิ้น (Hodgkin's Lymphoma) ส่วนมากจะพบในเด็กและวัยหนุ่มสาว
2. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนันฮ๊อดกิ้น (Non - Hodgkin's Lymphoma) มักจะพบในผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีการติดเชื้อโรคเอดส์ และพบในคนไทยมากกว่า ชนิดฮ๊อดกิ้น

 

อาการโดยทั่วไป

1. ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีก้อนที่โตเร็วไม่เจ็บบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ
2. ปวดท้อง ท้องเสียเรื้อรัง
3. แผลเรื้อรังที่กระพุ้งแก้ม โพรงจมูก
4. ไข้สูงไม่ทราบสาเหตุ
อาการดังกล่าวส่วนมากไม่พบแต่เฉพาะในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเท่านั้น อาจพบ ในมะเร็งระบบอื่นได้เช่นกัน

 

การรักษาที่ใช้

1. การใช้ยาเคมีบำบัด
2. การรักษาด้วยรังสี
3. การผ่าตัด
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วย

 

การตรวจวินิจฉัยหาโรค โดย

1. ตรวจร่างกาย
2. เอ็กซเรย์
3. การตรวจทางพยาธิวิทย

 

 

การแบ่งระยะของโรค


 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้


   ระยะที่ 1 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองตำแหน่งเดียว
   ระยะที่ 2 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ 2 ตำแหน่งหรือมากกว่าด้านเดียวกันของกระบังลม
   ระยะที่ 3 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ทั้ง 2 ด้านของกระบังลม
   ระยะที่ 4 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดนอกต่อมน้ำเหลืองหรือลุกลามเข้าสู่ไขกระดูก

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค


      สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัดในปัจจุบันนี้ อย่างไรก็ตามพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง ต่อมน้ำเหลืองดังนี้


  1. กัมมันตภาพรังสี ผู้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดเป็นมะเร็งหลาย ชนิด รวมทั้งมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และผู้ที่เคยมีประวัติฉายแสงอาจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ แสดงว่ารังสีเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

  2. การติดเชื้อไวรัส การตรวจเนื้อเยื่อของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองพบว่ามีเชื้อไวรัสชนิดเอ็พสะไตน์ บาร์ และมีเมื่อนำเชื้อไวรัสดังกล่าวใส่ในเซลล์เพาะเลี้ยง สามารถทำให้เซลล์ต่อมน้ำเหลืองเป็นอมตะแบ่งตัวได้เรื่อยๆ ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของเซลล์มะเร็ง แสดงถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการติดเชื้อไวรัสและโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

  3. โรคเอดส์ ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อหลายชนิดได้ง่าย และทำให้เกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รวมทั้งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดในสมองได้ด้วย

  4. ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ฟอกไต มีโอกาสเกิดมะเร็งได้หลาย ชนิดเนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ และอาจเป็นผลทางอ้อมจาการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสเอ็พสะไตน์บาร์ ส่งผลให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้

  5. การติดเชื้อแบคทีเรียเฮอลิโคแบคเตอร์ไพโลไรที่กระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผลที่กระเพาะอาหาร กระเพาะอาการอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่กระเพาะอาหารได้ การรักษาการติดเชื้อดังกล่าวด้วยยาปฏิชีวนะและยาลดกรดจะสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งที่ กระเพาะอาหารจากเชื้อดังกล่าวได้ นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่กระเพาะอาหารการักษาโรคติด เชื้อดังกล่าวร่วมกับการรักษาโรคมะเร็ง สามารถควบคุมโรคที่มากกว่าสองในสามของผู้ป่วย

  6. ผู้ป่วยที่เปลี่ยนอวัยวะ เช่น เปลี่ยนไต ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้อวัยวะที่เปลี่ยนเน่าสลาย การที่ภูมิคุ้มกันต่ำจากยาทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

  7. ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องตั้งแต่กำเนิด เช่น โรคขาดแกมม่าโกลบูลิน โรควิสคอตต์ อัลดริช เกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้มากกว่าคนปกติ

  8. โรคภูมิคุ้มกันต่อตนเอง (autoimmune diseases) เช่น โรคโจเกร้น โรคต่อมทัยรอยด์อักเสบฮาชิโมโต้ โรคเอสแอลอี โรครูมาตอยด์ อาจเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้

  9. ไวรัสที่เซลล์ลิมโฟโทรฟิคชนิดหนึ่ง ทำให้เกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่เซลล์ลิวคิเมียลิมโฟมาในผู้ใหญ่

  10. ไวรัสตับอักเสบชนิดซี มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโตช้า

  11. อายุและเพศ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดพบบ่อยในผู้ป่วยอายุน้อย บางชนิดพบในผู้ป่วยอายุมาก เพศชายเพศหญิงพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบ่อยต่างชนิดกันได้

  12. เศรษฐีฐานะ พบว่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอชคินพบบ่อยในผู้ป่วยที่มีเศรษฐีฐานะดีและมีการศึกษาดี แต่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

อาการที่แสดง


     อาการที่พบบ่อย คือ ต่อมน้ำเหลืองโตไม่เจ็บ เช่น คลำก้อนได้ที่คอ ที่ขาหนีบ หรือในร่องเหนือกระดูกไหปลาร้า อาการทั่วไปที่พบคือ เบื่ออาหาร น้ำหลักลด และผอมลง เหงื่อแตกตอนกลางคืน มีไข้ไม่ทราบสาเหตุ คันตามตัว ปวดเวลาดื่มเหล้า ปวดหลังเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองหลังช่องท้องโต ปวดกระดูกจากมะเร็งทำลายกระดูก ปวดท้องจากอาการตับโตหรือม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องโต หรือไตบวมจากต่อมน้ำเหลืองข้างท่อไตโตกดท่อไต ปวดประสาทจากมะเร็งกด ไขสันหลังกดเส้นประสาทการตรวจร่างกายอาจพบต่อน้ำเหลืองโตหลายตำแหน่ง หลายก้อนคลำต่อมน้ำเหลืองที่โตจะรู้สึกแข็งหยุ่นๆ อาจกดเจ็บได้ อาจพบต่อมทอนซิลโตและต่อมน้ำเหลืองที่คอหอยโต รวมเรียกว่าวงแหวนวาลเดเยอร์ อาจพบตับม้ามโตหรือมีก้อนในท้อง

การวินิจฉัยโรค
     เมื่อมีอาการและการตรวจที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต้องยืนยันการวินิจฉัยด้วยการตัดต่อมน้ำเหลืองที่โตมาตรวจทางพยาธิวิทยา โดยตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ดูลักษณะของเซลล์มะเร็ง ย้อมพิเศษตรวจแยกชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง บางครั้งอาจต้องตรวจเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนหรือตรวจดีเอนเอ เมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองการตรวจขั้นต่อไปคือ การตรวจหารระยะของโรค นิยมตรวจด้วยการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ของปอดและช่องท้อง

     เจาะไขกระดูกตรวจว่ามะเร็งเข้าไขกระดูกหรือไม่ ในสมัยก่อนมีการฉีดสีเข้าสายน้ำเหลืองที่เท้าทั้งสองข้าง เพื่อตรวจต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง ซึ่งทำได้ยาก ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงไม่นิยมการตรวจด้วยการฉีดสีเข้าสายน้ำเหลืองถ้า สงสัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ในทางเดินอาหาร ต้องตรวจด้วยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่กระเพาะอาการหรือกลืนแป้งตรวจลำไส้เล็ก

      นอกจากนี้ยังมีการเจาะเลือดตรวจเม็ดเลือด การทำงานของตับไตระดับกรดยูริกและแคลเซี่ยมในเลือด ระดับอิมมูโนโคลบูลินในเลือด ในปัจจุบันนี้การตรวจเพ็ทสแกนและเอ็กซเรย์ คอมพิวเตอร์มีความไวและการจำเพาะในการตรวจรอยโรคและระยะของมะเร็งต่อมน้ำ เหลืองได้ดีกว่าเอ็กซเรย์ทั่วไปแต่มีราคาสูงกว่าการตรวจแกลเลี่ยมสแกน ช่วยบอกว่ามีรอยโรคเหลืออยู่ภายหลังการรักษาหรือไม่ โดยเฉพาะที่ต่อมน้ำเหลืองกลางทรวงอกหรือหลังช่องท้อง

      ผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองอาจต้องตรวจเอ็กซเรย์สนามแม่เหล็ก(เอ็มอาร์ไอ) หรือเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์สมอง ถ้าสงสัยมะเร็งเข้าเยื่อหุ้มไขสันหลังอาจต้องเจาะน้ำไขสันหลังตรวจเซลล์ มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเบอร์กิตหรือชนิดลิมโฟ บลาสติก

การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง


     มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งที่ไวต่อรังสีรักษาและยาเคมีบำบัด สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีวิธีรักษาหลายวิธีดังนี้
  1. รังสีรักษา  : การฉายแสงรังสีรักษาสามารถควบคุมมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ดี ทำให้ก้อนมะเร็งยุบได้อย่างรวดเร็ว

  2. ยาเคมีบำบัด : มะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน ยาที่นิยมใช้คือสูตรยาช๊อป(CHOP) ซึ่งย่อมมาจาก ยาไซโคลฟอสฟาไมด์ ยาเอเดรียมัยซิน ยาออนโควินหรือวินคริสตีน ยาเพร็ดนิโซโลน

  3. ยาสเตียรอยด์ : มะเร็งต่อมน้ำเหลืองตอบสนองดีต่อยาสะเตียรอยด์ แต่จะได้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัด

  4. การเปลี่ยนไขกระดูก : การให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงร่วมกับการเปลี่ยนไขกระดูกหรือปลูกถ่ายเซลล์ตัวอ่อนของไขกระดูก ทำให้การตอบสนองต่อยาดีขึ้น

  5. ยารักษาตามเป้าหมาย
      ยาแอนติบอดีต่อซีดี30 ที่ผิวเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือชนิดบี เซลล์ จัดเป็นยาที่รักษาตามเป้าหมาย สามารถใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ได้ผลดี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ดื้อยาเคมีบำบัดหรือโรคเป็นซ้ำ ชื่อยาเรทูซิแม๊พยาแอนติบอดีติดฉลากสารกัมมันตรังสี ให้การตอบสนองสูงถึงร้อยละ50-80 เช่น ยาแอนติบอดีต่อซีดี20 ที่ผิวเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองติดฉลากด้วยสารกัมมันตรังสียิบเทรียม90 ชื่อยา ไอบริทูโมแม๊พ เป็นต้น

  6. อิมมูนบำบัด : ยาอินเตอเฟียรอนอัลฟ่า ใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้โดยเฉพาะชนิดโฟลิคูลาร์

  7. ยาเคมีบำบัดชนิดทา : มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจเกิดที่ผิวหนังได้เรียกว่าโรคลิมโฟมาคิวทิส สามารถรักษาด้วยการฉายแสงรังสีอิเล็คตรอนที่ผิวหนัง รักษาด้วยยาเคมีบำบัดชนิดทา หรือฉีดยาเคมีบำบัดรักษาได้
 
        มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งที่ไวต่อยาหลายชนิดและรังสีรักษามีการ พยากรณ์โรคที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นควรจะวินิจฉัยให้ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกๆ และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมสำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแต่ละชนิดแต่ระยะ และเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพดี ถึงแม้ผู้ป่วยจะหายจากโรคแล้ว จำเป็นต้องติดตามและประเมินผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจการกลับเป็นซ้ำของโรค หรือการเกิดมะเร็งชนิดอื่น รวมทั้งผลข้างเคียงระยะยาวที่เกิดจากการรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยให้ฟื้นฟูกลับสู่สภาพ ปกติ
      การรักษาโรคอื่นของผู้ป่วยที่เป็นร่วมด้วยมีความสำคัญที่จะช่วยให้ผลการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองดีขึ้น เช่น การรักษาโรคเอดส์ที่เป็นร่วมกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียเฮอลิโคแบคเตอร์ไพโรไล เป็นต้น

 

 

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน

 

มะเร็งเม็ดเลือดขาวฮอดจ์กินเกิดได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก แต่การรักษาต่างกัน รวมถึงมีโอกาสในผู้ป่วยโรคภูคุ้มกันบกพร่อง

ซึ่งต้องได้รับการรักษา โดยเฉพาะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ 2 ชนิดคือ nodular lymphocyte predominant  และ classical 

ชึ่ง classical แบ่งเป็นกลุ่มย่อย 4 กลุ่มคือ Nodular sclerosing, Mixed cellularity, Lymphocyte depletion และ 

lymphocyte rich

ปัจจัยเสี่ยง

เด็กหรือวัยรุ่น,ผู้ชาย, ติดเชื้อ Epstein-Barr virus, มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวฮอดจ์กิน

อาการแสดง

ต่อมน้ำเหลืองโต ไม่เจ็บที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ไข้ไม่ทราบสาเหตุ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด คัน อ่อนเพลีย

การวินิจฉัยโรค

- ตรวจร่างกาย ดูสภาพร่างกายทั่วไป ดูก้อนตามตัว

- ตรวจเลือด (CBC, ESR, Blood chemistry, LDH)

- ผ่าต่อมน้ำเหลืองตรวจทางพยาธิวิทยาซึ่งมีลักษณะเนื้อเยื่อเฉพาะ (Reed-Sternberg Cell)

- เจาะตรวจไขกระดูก

- เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ เพ็ทสแกน สแกนคลื่นแม่เหล็ก เอ็กซ์เรย์ปอดเพื่อบอกระยะของโรค (ไม่จำเป็นต้องทำทุกชนิด)

การพยากรณ์โรค

ขึ้นกับอาการ ระยะ ชนิด อายุ เพศ สภาพร่างกาย ผลเลือดของผู้ป่วย

ระยะของโรค  การกระจายของโรคไปได้ 3 ทางได้แก่มะเร็งโตเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียงโดยตรง, กระจายไปทางต่อม

น้ำเหลืองและไปทางเลือด แบ่งระยะของโรคดังนี้

ระยะที่ 1 พบมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 1 ที่

ระยะที่ 2 พบมะเร็งมากกว่า 1 ที่แต่อยู่ฝั่งเดียวกันโดยใช้กระบังลมเป็นตัวแบ่ง (บน/ล่าง)

ระยะที่ 3 พบทั้งสองฝั่งของกระบังลม

ระยะที่ 4 กระจายไปอวัยวะนอกระบบน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง หนึ่งหรือหลายอวัยวะก็ได้ หรือกระจายไปอวัยวะนอก

ระบบน้ำเหลืองจุดเดียวร่วมกับพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลืองนอกบริเวณของอวัยวะนั้น

นอกจากระยะของโรค ยังมีคำอธิบายต่อท้ายดังนี้

A ไม่มีอาการแสดง

B มีไข้ไม่ทราบสาเหตุอุณหภูมิมากกว่า 38 องศาเซลเซียส เหงื่ออกกลางคืน น้ำหนักลดมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

E มะเร็งอยู่นอกระบบน้ำเหลือง

S พบมะเร็งที่ม้าม

กลุ่มของโรค  แยกเพื่อแบ่งกลุ่มในการรักษา

ระยะที่  1 และ 2 เป็นระยะเริ่มต้น, ระยะที่ 3 และ 4 เป็นระยะรุนแรง

แบ่งกลุ่มมีปัจจัยเสี่ยงและไม่มี ปัจจัยเสี่ยงในระยะเริ่มต้นได้แก่ก้อนขนาดใหญ่, ESR > 50, เป็นมากกว่า 3 ตำแหน่ง,

มีกลุ่มอาการ B หรืออยู่นอกระบบต่อมน้ำเหลือง ส่วนปัจจัยเสี่ยงระยะรุนแรงได้แก่ ผู้ชาย, อายุน้อยกว่า 45, ระยะที่ 4, albumin 

< 4 g/dL, Hemoglobin < 10.5 g/dL, เม็ดเลือดขาวเยอะกว่า 15,000/mm3 หรือเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte 

น้อยกว่า 8 % ของเม็ดเลือดขาวหรือ < 600/mm3

 

ทางเลือกในการรักษา

1.การฉายแสง   ใช้เอ็กซ์เรย์พลังงานสูงเพื่อกำจัดมะเร็ง มี 2 แบบได้แก่แบบฉายรังสีภายนอก และการฉายรังสีระยะใกล้โดยใช้เม็ดแร่ผ่านเข็มหรือเครื่องมือเข้าไปในตัวผู้ป่วย

2.เคมีบำบัด   โดยฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำทำให้สามารถออกฤทธิ์ได้ทั่วร่างกายเคมีบำบัดอาจให้เฉพาะที่ได้ เช่น ให้ในช่องท้องไขสันหลัง เพื่อให้ออกฤทธิ์เฉพาะที่

3.การผ่าตัด   ในโรคนี้ใช้เพื่อนำชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา

4.ยาสเตียรอยด์   ช่วยเพิ่มการตอบสนองต่อเคมีบำบัด

5.การปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงและการฉายแสงทั้งตัว  โดยให้เคมีบำบัดและการฉายแสงเพื่อ

ทำลายแหล่งสร้างเม็ดเลือดขาวทั้งตัว แล้วปลูกถ่ายไขกระดูกซึ่งได้จากผู้ป่วยเองก่อนได้เคมีบำบัดหรือไขกระดูกจากคนอื่นเข้าสู่ผู้ป่วย

การรักษาตามกลุ่มของโรค

1.กลุ่มระยะเริ่มต้น ไม่มีปัจจัยเสี่ยง  รักษาโดยให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน การฉายรังสีอย่างเดียว หรือการให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสีเพื่อลดปริมาณของเคมีบำบัดและรังสี ทำให้ผลข้างเคียงทั้งสองลดลง

2.กลุ่มระยะเริ่มต้น มีปัจจัยเสี่ยง  ให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี

3.กลุ่มระยะรุนแรง ไม่มีปัจจัยเสี่ยง  ให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี

4.กลุ่มระยะรุนแรง มีปัจจัยเสี่ยง  ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน หรือการปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงและการฉายรังสีทั้งตัว

5.กลุ่มกลับมาเป็นซ้ำ   ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน หรือการปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงและ

การฉายรังสีทั้งตัว การฉายรังสี

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองไม่ใช่ฮอดจ์กิน

ปัจจัยเสี่ยง

คนแก่ ผู้ชาย ชาติตะวันตก โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ติดเชื้อ Human T-lymphocytic virus, Epstein-Barr virus 

หรือ Helicobacter pylori ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน สัมผัสยาฆ่าแมลง กินอาหารพวกโปรตีนและไขมันสูง เคยรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน

อาการแสดง

ต่อมน้ำเหลืองโต ไม่เจ็บที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ไข้ไม่ทราบสาเหตุ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด คัน อ่อนเพลีย

การวินิจฉัยโรคและการแบ่งระยะของโรค

เหมือนมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน

การพยากรณ์โรค

ไม่ดีในกลุ่ม สภาพร่างกายไม่ดี อายุมากกว่า 60 ปี ระยะที่ 3 และ 4 กระจายไปนอกระบบต่อมน้ำเหลืองมากกว่า 1 ตำแหน่ง ผล LDH มากกว่าค่าปกติ

 

 

 

 

ผลชนิดพยาธิวิทยามีผลต่อความรุนแรงของโรค

 

 

 

1.ความรุนแรงต่ำ   ได้แก่ follicular grade I and II, CLL, MALT, mycosis fungoides

2.ความรุนแรงปานกลาง  ได้แก่ follicular grade III, mantle cell, DLBCL, T/NK-cell, peripheral T cell, 

anaplastic large cell

3.ความรุนแรงสูง  ได้แก่ Burkitt’s lymphoma, lymphoblastic lymphoma.

การรักษา

1.กลุ่มความรุนแรงต่ำถึงปานกลางระยะที่ 1-2   ให้ฉายรังสีอย่างเดียว หรือฉายรังสีร่วมกับให้ยาเคมีบำบัด

2.กลุ่มความรุนแรงต่ำถึงปานกลางระยะที่ 3-4   ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกัน ให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการให้การรักษาทางภูมิคุ้มกัน

3.กลุ่มความรุนแรงสูงระยะที่ 1-2   ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันอย่างเดียว หรือให้ร่วมกับการฉายรังสี

4.กลุ่มความรุนแรงสูงระยะที่ 3-4   ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันอย่างเดียว หรือให้ร่วมกับการฉายรังสี หรือการรักษาโดยภูมิคุ้มกัน

5.กลุ่มกลับมาเป็นซ้ำ  ให้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันอย่างเดียว หรือให้ร่วมกับการฉายรังสีหรือการรักษาโดยภูมิคุ้มกัน หรือปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงและการฉายแสงทั้งตัว

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉายรังสี

โอกาสเกิดน้อยเนื่องจากปริมาณรังสีต่ำโดยขึ้นกับบริเวณที่ฉายรังสี ในช่วงแรกอาจเกิดอาการอ่อนเพลีย ผิวหนังอักเสบ หลอดอาหารอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปอดอักเสบ ระยะยาวอาจเกิดโรคหัวใจ ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ ทำให้เกิดมะเร็งชนิดอื่น

 

อาหารเสริมที่แนะนำ

 

 

ผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ พลัส ไตร -แฟกเตอร์(พลัส)

     ส่วนประกอบ

        ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ : ที่ผลิตมาจาก น้ำนมเหลืองของวัวและไข่แดงจากไก่ ที่ผ่านวิธีการทำให้แห้งและ   การกรองให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กเป็น นาโนแฟกเตอร์ ไม่มีสารเคมี ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มียาฆ่าแมลง ไม่มีฮอร์โมน มีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันสูงสุด นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสมุนไพรดังนี้

       เห็ดชิตาเกะ : ช่วยเสริมสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งและลดอาการติดเชื้ออักเสบ

       เห็ดไมตาเกะ : ช่วยเสริมสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งและลลดอาการติดเชื้ออักเสบ

       สารสกัดจากใบมะกอก : ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมสุขภาพผู้ป่วยมะเร็ง ลดอาการบวม

       สารสกัดจากถั่วเหลือง : ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

       เบต้ากลูแคน : ป้องกันการติดเชื้อ และสมานแผล

       เห็ดคอร์ดิเซป : ช่วยบำรุงร่างกาย ลดการอ่อนเพลีย

        ผงว่านหางจรเข้ : ช่วยสมานแผล

 

 

 

ผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ริโอวิด้า-ไตร แฟกเตอร์(ริโอวิด้า)

    ส่วนประกอบ

       ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ : ที่ผลิตมาจาก น้ำนมเหลืองของวัวและไข่แดงจากไก่ ที่ผ่านวิธีการทำให้แห้งและ   การกรองให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กเป็น นาโนแฟกเตอร์ ไม่มีสารเคมี ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มียาฆ่าแมลง ไม่มีฮอร์โมน มีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน  นอกจากนี้ยังประกอบด้วยส่วนประกอบจากน้ำผลไม้ดังนี้

      ผล Acai ผลปาล์ม จากบลาซิลมีสารแอนโทไซยยานิน ต้านอนุมูลอิสระ

      ผลทับทิม มีสารแอนโทไซยานิน และ เอลลาจิแทนนิน ต้านอนุมูลอิสระ

     บลูเบอรี่ มีสาร แอนโทไซยานินและกรด ครอโรจินิก ต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับการอักเสบที่ร่ายการผลิต

     เอลเดอเบอรี่ มีแอนโทไซยานิน และโปรแอนโทไซยานิดิน ช่วยเสริมสร้างสารไวตามินอี ต้านไวรัส

     องุ่นม่วง ลดอ๊อกซิไดซ์ ลดความดัน

     แอปเปิ้ล กำจัดอนุมูลอิสระกลุ่ม ไฮด๊อกซิล

 

 

ข้อแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ 4 ไล้ฟ์ ทรานส์เฟอร์แฟกเตอร์ สำหรับผู้ป่วยโรคต่างๆ

ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

วิธีใช้ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ให้ปรับตามอาการ

  • ระยะ ที่1:ใช้ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า(พลัส )วันละ 3ครั้งๆละ3 แคปซูล + ใช้ร่วมกับ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ริโอวิด้า ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่าวันละ3 ครั้ ครั้งละ 30มล.+ใช้ร่วม น้ำมันปลาBioBFA มื้อละ 1เม็ด ก่อนอาหารเช้า+เย็น
  • ระยะที่2-3: ใช้ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า(พลัส)  วันละ 3ครั้งครั้งละ 4แคปซูล+ ใช้ร่วมกับทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ริโอวิด้า ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูลล่า  วันละ 3ครั้งครั้งล30 มล.+ใช้ร่วม น้ำมันปลาBioBFA มื้อละ 1เม็ด ก่อนอาหารเช้า+เย็น
  • ระยะที่ 4 : ใช้ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า(พลัส) วันละ 3ครั้ง ครั้งละ5แคปซูล+ใช้ร่วมกับ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ริโอวิด้า ไตร-แฟกเตอร์ฟอร์มูล่าวันละ 3ครั้งๆละ30 มล.+ใช้ร่วม น้ำมันปลาBioBFA มื้อละ 1เม็ด ก่อนอาหารเช้า+เย็น
 

ผลิตภัณฑ์ ของเราจะมีส่วนเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ผู้ป่วยให้สูงขึ้นและลด อาการติดเชื้ออักเสบ นอกจากนี้ยังช่วย ลดอาการแพ้หรืออาการข้างเคียง จากการรักษาโดยเคมีบำบัด และฉายรังสี ให้แพ้น้อยลงได้ ให้ผู้ป่วยฟื้นตัวจากการรักษาโดยเคมีบำบัดได้เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ภูวเนตุ 081-3541158 หรือ 084-0004286 จินตนา

 หรือ 4lifethaitf@gmail.com  ,Line Id 233020 

 

 

 

(เวปนี้ได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว)